3 ต.ค. 2554

เที่ยว นครนายก

ประวัติจังหวัดนครนายก         


          จังหวัดนครนายก  เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลาง อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 107 กม. ตามถนนเลียบ คลองรังสิต สันนิษฐานว่าเคยเป็นเมืองสมัยทวาราวดี มีหลักฐานแนวกำแพงเนินดินและสันคูอยู่ที่ตำบลดงละคร แต่ชื่อนครนายกนั้นปรากฏหลักฐานในสมัยอยุธยาเป็นเมืองหน้าด่านทางทิศตะวันออกในสมัยพระเจ้าอู่ทอง ต่อมาในปี พ.ศ. 2437 รัชกาลที่ 5 ทรงจัดลักษณะการปกครองโดยแบ่งเป็นมณฑล นครนายกได้เข้าไปอยู่ในเขตมณฑลปราจีนบุรีจนเมื่อปี พ.ศ. 2445 ทรงเลิกธรรมเนียมการมีเจ้าครองเมืองและให้มีตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดขึ้นแทน

          ในช่วง พ.ศ. 2486-2489 นครนายกได้โอนไปรวมกับจังหวัดปราจีนบุรีและสระบุรี หลังจากนั้นจึงแยกเป็นจังหวัดอิสระ จังหวัดนครนายกเดิมชื่อบ้านนา เล่ากันว่าในสมัยกรุงศรีอยุธยาดินแดนของนครนายกเป็นป่ารกชัฏ เป็นที่ดอนทำนา หรือทำการเพาะปลูกอะไรไม่ค่อยได้ผล มีไข้ป่าชุกชุมผู้คนจึงพากันอพยพไปอยู่ที่อื่นจนกลายเป็นเมืองร้าง ต่อมาพระมหากษัตริย์ทรงทราบความเดือดร้อนของชาวเมืองจึงโปรดให้ยกเลิกภาษีค่านา เพื่อจูงใจให้ชาวเมืองอยู่ที่เดิมทำให้มีคนอพยพมาอยู่เพิ่มมากขึ้นจนเป็นชุมชนใหญ่ และเรียกเมืองนี้จนติดปากว่า  “เมืองนา-ยก” ภายหลังจึงกลายเป็นจังหวัดนครนายก ในปัจจุบัน

       ตราประจำจังหวัด

          • ตราประจำจังหวัด รูปช้างชูรวงข้าว หมายถึง ในอดีต จ.นครนายกเคยมีช้างป่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ มีที่ราบลุ่มกว้างใหญ่ เป็นแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญ ผู้คนส่วนใหญ่จึงทำนาเป็นอาชีพหลัก
           • ดอกไม้ประจำจังหวัด:
ดอกสุพรรณิการ์ (Cochlospermum religiosum)
           • ต้นไม้ประจำจังหวัด:
สุพรรณิการ์ (Cochlospermum religiosum)
          • คำขวัญประจำจังหวัด:
นครนายก เมืองในฝันที่ใกล้กรุง ภูเขางาม น้ำตกสวย รวยธรรมชาติ ปราศจากมลพิษ 


5 ก.ย. 2554

เที่ยวประเทศนิวซีแลนด์

ไปเที่ยว...ประเทศนิวซีแลนด์
เพิ่มคำอธิบายภาพ
        ผมอยากไปนิวซีแลนด์  เพราะว่าที่นั้น มีสิงที่น่าสนใจมากมายทำให้ผมอยากไปเล่นหิมะในประเทสนี่และมีสิ่งที่อำนวยความสะดวกมากมากและมีป่าไม้ที่สวยงามมากเหมาะกับครอบครัวเช่นไปเที่ยวเทศกาลฤดูใบไม้ผลิดที่นิวซีแลนด์ ที่สวยมาก

ข้อมูลเบื้องต้น :
ภูมิศาสตร์            นิวซีแลนด์ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ ทางทิศตะวันออกของออสเตรเลีย ห่างประมาณ 1,500 กิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะเหนือและเกาะใต้ และเกาะเล็ก ๆ อีกหลายเกาะ
พื้นที่                    268,021 ตร.กม.
ภูมิประเทศ           ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูงและเนินเขา เกาะใต้มีเทือกเขาสูง เรียกว่า เซาว์เทิร์นแอลป์ พาดผ่านกลาง มีฟยอร์ด ธารน้ำแข็ง และทะเลสาบ ส่วนเกาะเหนือมีพื้นที่เขตภูเขาไฟและทะเลสาบในใจกลางเกาะ มีน้ำพุร้อนและบ่อโคลนเดือด ภูเขาสูงสุด คือ เมาท์คุก (3,754 เมตร) อยู่ในบนเกาะใต้
ภูมิอากาศ              นิวซีแลนด์มี 4 ฤดู คือ ฤดูร้อน (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) ฤดูใบไม้ร่วง (มีนาคม-พฤษภาคม) ฤดูหนาว (มิถุนายน-สิงหาคม) และฤดูใบไม้ผลิ (กันยายน-พฤศจิกายน)
อุณหภูมิเฉลี่ย        17 องศาเซลเซียส ในเดือนมกราคม และ 8 องศาเซลเซียส ในเดือนกรกฎาคม อุณหภูมิสูงสุดในเมืองต่าง ๆ
การเข้าเมือง
ระเบียบศุลกากรและการเข้าเมือง
ผู้ที่จะเดินทางไปท่องเที่ยว ศึกษา หรือทำงานในนิวซีแลนด์ ต้องขอรับการตรวจลงตรา (Visa) ที่สถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย นิวซีแลนด์มีระเบียบศุลกากรและตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวดเนื่องจากเป็นประเทศที่เป็นเกาะและมีเศรษฐกิจซึ่งพึ่งพาผลิตผลทางเกษตรจึงจำเป็นต้องป้องกันการติดโรคต่างๆ สำหรับพืชผลและปศุสัตว์ สิ่งของและพืชผลหลายประเภทห้ามเข้านิวซีแลนด์ โดยเฉพาะผลิตผลด้านการเกษตร ผู้เดินทางที่นำสิ่งของเหล่านี้ไปต้องปฏิบัติ ตามกฎระเบียบศุลกากรอย่างเคร่งครัด สิ่งที่ต้องสำแดง (Declare) ว่าจะนำเข้า มิเช่นนั้นจะถูกปรับได้แก่    อาหารทุกชนิด   พืชหรือส่วนของพืช     สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์    เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้กับสัตว์ อุปกรณ์ เช่น ไม้กอล์ฟ รองเท้ากอล์ฟ รองเท้ากีฬาที่มีปุ่ม (Spike)เครื่องเดินป่า และจักรยานที่ใช้งานแล้ว

ข้อพึงระวัง

29 ส.ค. 2554

เที่ยว ทะเลแหวก

ทะเลแหวก กระบี่

     ทะเลแหวก หรืออีกนัยหนึ่งคือ สันทรายโผล่เพราะน้ำลด ทะเลแหวกเกิดจากสันทรายจากเกาะสามเกะคือเกาะไก่ ( เกาะใหญ่ที่เห็นในภาพ ) เกาะหม้อ และ เกาะทับ  ทั้งสามเกาะนี้ตั้งอยู่ใกล้ๆ มีสันฐาณติดกันเมื่อคลื่นพัดทรายมาพบกันที่จุดนี้จึงทำให้เกิดเป็นแนวสันทรายเชื่อมเกาะทั้งสามเกาะนี้ให้ถึงกัน สันทรายนี้จะจมหายไปเมื่อน้ำขึ้นสูง เมื่อน้ำลดแนวสันทรายก็จะค่อยๆ โผล่ขึ้นมาเหมือนกับว่าแบ่งทะเลให้แยกออกกันเป็นสามส่วน สันทรายจะโผล่ในช่วงที่น้ำทะเลลดต่ำสุด แต่ถึงแม้ว่าสันทรายจะไม่โผล่เราก็สามารถเดินเล่นได้ หาดทรายของทะเลแหวกนี้ขาวสะอาดน่าเล่นน้ำ ทุกครั้งที่น้ำท่วมสันทรายก็เหมือนเป็นการทำความสะอาดหาดทรายไปในตัว ขยะหรือเศษไม้ต่างๆ คลื่นซัดมาติดชายหาดก็จะหายไปตามคลื่นเมื่อน้ำขึ้น ทะเลแหวก ควรมาชมในช่วงเวลาน้ำลงต่ำสุดในแต่ละวัน โดยเฉพาะในวันก่อน และหลังวันขึ้น 15 ค่ำ ราว 5 วัน ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวทะเลแหวกคือตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึง ต้นพฤษภาคม
จุดเด่น ของการเที่ยวชมทะเลจะแหวกคือการมาชมวิว ถ่ายภาพ ควรหลีกเลี่ยงการมาเที่ยวในช่วงวันหยุดเทศกาล ทะเลแหวกจะมีคนเยอะเดินกันจนแน่นไปหมด  ถ้าจะมาชมทะเลแหวกให้ประทับใจควรเลือกมาในช่วงวันหยุดธรรมดาๆ นอกจากชมวิวถ่ายภาพทะเลแหวกแล้วที่นี่ยังเป็นอีกชายหาดหนึ่งที่น่าลงเล่นน้ำ
  เพราะมีแนวหาดทรายกว้าง น้ำใส ปลาเยอะ แต่ถ้าจะมาเล่นน้ำก็แนะนำให้มาในช่วงวันหยุดธรรมดา ( เสาร์-อาทิตย์ ) หากมาวันหยุดเทศกาลคนเยอะไม่สนุก สิ่งอำนวยความสะดวก ไม่มี การเดินทาง ทะเลแหวก ไม่มีเรือโดยสาร การมาเที่ยวเกาะห้องต้องเช่าเรือมา มีทั้งเรือหางยาว และเรือ Speedboat ราคาขึ้นลงตามราคาน้ำมัน ราคาชัวร์ๆ สอบถามได้ที่ท่าเรืออ่าวนาง ประหยัดและสะดวกสำหรับคณะที่มากันเป็นหมู่คณะ หรืออีกแบบหนึ่งคือ เที่ยวโดยซื้อแพคเก็จทัวร์ สะดวก ไม่ต้องติดต่ออะไรมาก ตอนเช้ามีรถไปรับถึงโรงแรม ตอนเย็นไปส่งกลับถึงโรงแรม หรือถ้าเดินทางมาโดยรถทัวรลงรถแล้วรออยู่ที่ท่ารถ บขส. ตอน 8.00 - 8.15 น. จะมีรถไปรับถึงที่ท่ารถ คนเดียวหรือสองคนก็มาได้ รถจะวิ่งรับตามจุดไปเรื่อยๆ แล้วพามาลงเรือที่อ่าวนาง 

22 ส.ค. 2554

เทียว วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม)

                       ประวัติวัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม)
          วัดดอุโมงค์ และสวนพุทธธรรม สองชื่อนี้เป็นชื่อที่ใช้เรียกสถานที่ส่งเสริมการปฏิบัติธรรม ของพุทธนิคม เชียงใหม่แห่งเดียวกัน แต่มีความหมายต่างกัน
วัดอุโมงค์(อุโมงค์เถรจันทร์) เป็นชื่อเรียกวัดเก่าที่ "พระเจ้ากือนาธรรมิกราช" ทรงสร้างอุโมงค์ขึ้นเพื่อถวายเพื่อให้พระมหาเถรจันทร์ ผู้เชี่ยวชาญในพระไตรปิฏกอาศัย
วัดอุโมงค์นี้หมายเอาเฉพาะบริเวณพื้นที่สามเหลี่ยมผืนผ้าซึ่งมีกำแพงอิฐปรากฏอยู่ทั้งสี่ด้าน ด้านตะวันออกจากขอบสระใหญ่ ด้านเหนือตรงไปทางทิศเหนือโรงพิมพ์ปัจจุบันจรด กำแพงอิฐพอดี ยาวประมาณ 100 วา ด้านเหนือจากแนวกำแพงเหนือโรงพิมพ์ปัจจุบันทางทิศตะวันตก จนถึงขอบสระหลังวัดอุโมงค์ ยาวประมาณ 100 วา, ด้านตะวันตกจากขอบ สระแนวกำแพงด้านเหนือ ถึงขอบสระใหญ่ใต้พระเจดีย์ ยาวประมาณ 100 วา, ด้านใต้จากขอบสระหลังพระเจดีย์ตรงไปทางตะวันตกออกจรดกำแพงทิศตะวันออกหน้าพระอุโบสถ ยาวประมาณ 100 วา มีพระอุโบสถขนาดย่อมตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีพระเจดีย์ใหญ่แบบลังกาวงศ์ และอุโมงค์(ถ้ำ) 1 อุโมงค์ มีทางเข้า 3 ทาง ตั้งอยู่ตลอดแนววัดด้านตะวันตก และมีศาลาตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือจากหน้าอุโมงค์ไปประมาณ 1 เส้น คิดเป็นเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 25 ไร่
สวนพุทธธรรม เป็นชื่อใหม่ที่ ภิกขุ ปัญญานันทะ ประธานวัดอุโมงค์ ในสมัยนั้น (2492-2509) ตั้งขึ้นเรียกสถานที่ป่าผืนใหญ่ที่ปกคลุมวัดร้างโบราณ ซึ่งมีทั้งหมดประมาณ 150 ไร่ ที่พุทธนิคมเชียงใหม่จัดขึ้นเป็นที่อยู่ของภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ผู้แสวงหาความสงบ พื้นที่ซึ่งเรียกว่า สวนพุทธธรรมนี้กว้างมาก รวมเอาวัดไผ่11กอ (เวฬุกัฏฐาราม ซึ่งพระเจ้ามังรายมหาราชทรงสร้างไว้ถวายเป็นที่พำนักของพระมหากัสสปะเถระ ชาวลังกา ซึ่งเข้ามาเผยแพร่ศาสนาในสมัยนั้น) วัดอุโมงค์เถรจันทร์ และวัดอื่นๆ (ที่อยู่ใกล้วัดอุโมงค์ทั้ง 4 ด้าน) อีก 4 วัดเอาไว้ด้วยทั้งหมด
ประวัติวัดอุโมงค์(สวนพุทธธรรม) มีหลักฐานทางตำนานไม่สู้จะละเอียดนัก ต้องอาศัยหลักการทางโบราณคดี และประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่เข้าช่วยจึงได้ความชัดขึ้น แต่ถึงกระนั้นก็ไม่สู้จะมั่นใจว่าประวัติที่นำมาเสนอท่านนี้จะถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะบริเวณที่ถูกเรียกว่า สวนพุทธธรรม นี้มีวัดอยู่หลายวัด สร้างเก่าบ้างใหม่บ้างสับสน ซับซ้อนยิ่งวัดเหล่านี้เป็นวัดกษัตริย์ราชวงศ์มังราย(นับจากพระเจ้ามังรายเป็นต้นมา) ทรงสร้างสืบๆ ต่อกันมาเป็นระยะเวลาเกือบ 700 ปีด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้สันนิษฐานยากขึ้นไปอีก แต่ถึงแม้การศึกษายากเพียงไร หลักฐานที่ค้นได้ และนำมาประกอบการเขียนเรื่องนี้ ทำให้มั่นใจว่าจะทำให้ท่านเข้าใจประวัติวัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) ได้ใกล้เคียงความจริงมากที่สุด
 

8 ส.ค. 2554

ไปเที่ยว ตลาดน้ำอโยธยา


ประวัติ
ตลาดน้ำอโยธยา

ตลาดน้ำแห่งใหม่ ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ที่พึ่งเกิดขึ้นในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและถือได้ว่าเป็นตลาดน้ำที่มีขนาดใหญ่ ด้วยเนื้อที่กว่า 50 ไร่ ถูกจัดสรรอย่างเหมาะสม ทำให้เราใช้เวลากับตลาดน้ำแห่งนี้ ทั้งวันเลยทีเดียว ก่อนที่จะเข้าไปเที่ยวชมด้านในนั้น เรามารู้เรื่องราวที่น่าสนใจของตลาดน้ำแห่งนี้กันสักหน่อย…
ลาดน้ำอโยธยา
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เกิดขึ้นได้เนื่องจากต้องการให้พื้นที่เมืองอโยธยาที่อยู่บริเวณรอบนอกเกาะกรุงศรีอยุธยาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่สะท้อนวิถีชีวิตชาวกรุงเก่า ความเป็นอยู่ของคนเมืองรวยน้ำใจ และ อู่ข้าว อู่น้ำ ที่สำคัญ ซึ่งทุกวันนี้แทบจะหาไม่ได้แล้ว กลับคืนมาอีกครั้ง ภายในตลาดน้ำประกอบด้วยพื้นที่ส่วนที่เป็นน้ำจะอยู่ตรงกลาง ล้อมรอบด้วยพื้นที่บก แบ่งเป็น 16 โซน ตามชื่ออำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดอยุธยา มีทั้งโซนของกินในเรือ จะนั่งรับประทานริมน้ำ หรือจะเดินไปทานไปก็ไม่ว่ากันแล้วแต่สะดวก เรื่องของกินนั้นไม่ต้องห่วงเพราะที่นี่เขาคัดสรรของอร่อยทั่วเมืองไทยมารวมไว้ ส่วนของฝากของที่ระลึกก็มีให้เลือกชมเลือกช็อปมากมาย สไตล์เก๋ไก๋ เดินกี่รอบก็ไม่เบื่อซึ่งร้านค้าร้านขายของต่าง ๆ ที่เข้ามาขายส่วนมากก็เป็นคนในพื้นที่ นับเป็นการกระจายรายได้และสร้างอาชีพสู่ชุมชนได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมมากมายทั้งเวทีการแสดงพื้นบ้านต่างๆ รอบตลาด ขี่ช้างชมโบราณสถาน ถ่ายรูปคู่เสือ นั่งรถม้า ขับเอทีวี พายเรือในบริเวณตลาดน้ำ การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย อาทิ โขน รำไทย เพลงฉ่อย เพลงละคร Hilight ยามค่ำคืนกับการแสดง มินิ ไลท์ แอนด์ ซาวน์ วันธรรมดามี 3 รอบ วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 4 รอบ เรียกได้ว่ามาที่เดียวได้ทั้งอาหารตาและอิ่มท้องในคราวเดียว ที่สำคัญเปิดบริการให้เที่ยวชมทุกวัน ตั้งแต่เช้ายันค่ำ